ช่วงอากาศหนาวเย็นและลมแรง เตือนเกษตรกรผู้ปลูกพืชผักตระกูลกะหล่ำเช่น คะน้า กวางตุ้ง กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ผักกาดขาว ผักกาดหอม และบรอกโคลี ให้เตรียมรับมือการระบาดของโรคราน้ำค้าง ที่สามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของพืช

ลักษณะอาการ
ระยะต้นกล้า ใบเลี้ยงจะเกิดจุดแผลสีน้ำตาล ทำให้ลำต้นเน่าหรือแคระแกร็น
ระยะต้นโต จะพบอาการเริ่มแรกบริเวณหน้าใบเป็นจุดแผลสีเหลือง หรืออาจเป็นปื้นสีเหลือง ในตอนเช้า ถ้าพลิกดูใต้ใบมักจะพบเส้นใยเชื้อราสีขาวหรือเทาคล้ายปุยฝ้าย หากโรคระบาดรุนแรง แผลจะขยายใหญ่ เนื้อใบเป็นสีน้ำตาลและแห้งตาย ในกะหล่ำดอกและบรอกโคลี ถ้าโรครุนแรง ก้านดอกจะยืดและดอกอาจจะบิดเบี้ยวเสียรูปทรงได้


การป้องกันกำจัด
- หลังเก็บเกี่ยว หากแปลงเดิมเคยพบการระบาดของโรค ควรเก็บทำลายเศษซากพืชที่ตกหลงเหลืออยู่ตามดินให้หมด และไม่ควรปลูกผักตระกูลกะหล่ำ ซํ้าลงในแปลงเดิม ควรปลูกพืชอื่นหมุนเวียนอย่างต่ำ 3-4 ปี
- เลือกใช้เมล็ดพันธุ์ที่สะอาดปราศจากเชื้อปะปนอยู่
- ควรปลูกพืชให้มีระยะระหว่างต้นห่างกันพอสมควร ไม่เบียดแน่นกันจนเกินไป
- ใช้สารป้องกันก่อนเกิดโรค เช่น บิซโทร 30 กรัม สลับ เบนเอฟ 20 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร
และเมื่อพบอาการ รักษาด้วย สับรา 30 กรัม หรือ เมทาแลกซิล 30 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

