
บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2541 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อประกอบธุรกิจเครือข่ายด้วยระบบการตลาดแบบหลายชั้นหรือ MLM สำหรับจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตรครบวงจร ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ยูนิไลฟ์” เพื่อตอบสนองความต้องการของเกษตรกร ในการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต พัฒนาความรู้ความเข้าใจในเกษตรวิทยาการต่างๆ ตลอดจนส่งเสริมภาคเกษตรกรรมให้เจริญรุ่งเรือง บนปรัชญาที่ว่า
“ยูนิไลฟ์ ใส่ใจชีวิตเกษตรกร”
บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ก่อตั้งขึ้นโดยการร่วมทุนของผู้บริหารคนไทยที่มีประสบการณ์และความชำนาญในการประกอบธุรกิจทางด้านการนำเข้า การผลิต และการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตรครบวงจร มากว่า 30 ปี โดยปัจจุบันมีคณะผู้บริหารและพนักงานรวมกันกว่า 500 คน
ยูนิไลฟ์ คือ “ผู้นำทางด้านธุรกิจเครือข่ายผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตรครบวงจร” รายแรกและรายเดียวอย่างแท้จริง ยูนิไลฟ์เลือกใช้ช่องทางการตลาดแบบเครือข่าย ดังนั้น “นักธุรกิจยูนิไลฟ์” คือบุคคลสำคัญที่จะเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ตรงสู่ผู้บริโภคในกลุ่มต่างๆ โดยยูนิไลฟ์ได้แบ่งปันผลประโยชน์ตามแผนรายได้ที่เที่ยงธรรมกับทุกส่วนและถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ

ยูนิไลฟ์ เราคือ “ผู้นำทางด้านธุรกิจเครือข่ายผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตรครบวงจร” ที่เกิดจากปณิธานและความมุ่งมั่นของคณะผู้ก่อตั้ง ตามปรัชญา “ยูนิไลฟ์….ใส่ใจชีวิตเกษตรกร”
ด้วยเป็นบริษัทในวงการอุตสาหกรรมทางการเกษตรมายาวนานกว่า 30 ปี และได้รับการยอมรับจากทั้งภาครัฐและเอกชนมาช้านาน จึงมั่นใจได้ว่า วัตถุดิบ ที่ถูกคัดสรรมาจากทุกมุมโลกนั้น มีประสิทธิภาพที่โดดเด่นกว่าผลิตภัณฑ์การเกษตรทั่วๆไป ประกอบกับทีมวิจัยพัฒนาที่จะสร้างสรรค์สูตรต่างๆออกมาได้อย่างต่อเนื่อง ตรงใจเกษตรกร ตอบโจทย์เรื่องรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างดี ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความประทับใจให้คนไทยเท่านั้น ผลิตภัณฑ์จากโรงงาน ยังได้ส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศอีกด้วย
โรงงานผลิต แบรนด์ยูนิไลฟ์ ถือเป็นกลไกสำคัญในการที่จะได้ “ผลิตภัณฑ์คุณภาพ” อันเป็นหัวใจของธุรกิจ ซึ่งผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ ที่ผลิตขึ้นในโรงงานของเราเอง ที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ เป็นโรงงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตระดับสากล ISO 9001 & ISO14001 เชื่อมั่นได้ถึงการบริหารงานคุณภาพระดับสากลและมาตรฐานการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง
ซึ่งภายในโรงงานผลิต ประกอบด้วย 2 ส่วน แบ่งเป็น ส่วนแรกคือ โรงงานผลิต ที่ผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ และส่วนที่สอง คือ Reserch & Develope Center (R&D) หรือห้องปฏิบัติกลาง ซึ่งมีทีมนักวิจัยทางเคมีที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี จึงเป็นสิ่งการันตีได้ว่าผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของยูนิไลฟ์มีคุณภาพ และความปลอดภัยสูงเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งเกษตรกรหรือผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้อและใช้ผลิตภัณฑ์อย่างมั่นใจ
ด้วยประสบการณ์กว่า 24 ปี ยูนิไลฟ์ ได้รวบรวมเทคนิค-วิธีการในการผลิตพืชนานาชนิด ผ่านการทดลองในแปลงสาธิต ของบริษัทและของเกษตรกร ในหลากหลายพื้นที่ จนได้ผลผลิตที่เพิ่มขึ้น และลดต้นทุนได้จริง จึง “สร้างและรวบรวมองค์ความรู้” ที่สามารถตอบโจทย์ในทุกพืช ทุกพื้นที่ จากจุดนี้จึงได้มีการส่งต่อ ด้วยการ “ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่สมาชิก” อย่างมืออาชีพในระบบเครือข่ายยูนิไลฟ์ ผ่านศูนย์การอบรมและผ่านระบบออนไลน์ มีคู่มือเทคนิควิธีการคำแนะนำในการทำการเกษตร โดยทีมนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญในทุกๆพืช ในทุกๆ พื้นที่ทั่วประเทศไทย ไม่ว่าเป็นพืชอะไร? ปัญหาแบบใด? บนพื้นที่ไหน? เพียงคุณเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมยูนิไลฟ์ คุณจะได้รับรู้ว่า “เกษตร+เครือข่าย” เป็นหนทางในการแก้ปัญหาเชิงสังคมได้อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ด้วยเทคนิคองค์ความรู้ และความเข้าใจคุณสมบัติของสารรวมทั้งกลไกการทำงานของปัจจัยทางการเกษตร ยูนิไลฟ์จึงมีความเชี่ยวชาญที่สามารถนำมาถ่ายทอดแนะนำและส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย ตามระบบการจัดการคุณภาพ ตามหลักปฏิบัติของ เกษตรจีเอพี : เกษตรดีที่เหมาะสม (GAP : Good Agricultural Practices) เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีและปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนด จึงเป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้แก่เกษตรกร
ร้านแฟรนไชส์ “ยูนิไลฟ์ เกษตรจี เอ พี” จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะสามารถสร้างความมั่นคงยั่งยืน
ให้แก่ผู้ทำธุรกิจยูนิไลฟ์ และสร้างความพึงพอใจให้กับเกษตรกร ในการที่จะลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต
ก้าวสู่การเป็นเกษตรกรยุคใหม่ที่พร้อมจะส่งต่ออาชีพเกษตรกรรมสู่ลูกหลานสืบต่อไปในระยะยาว

รูปแบบแฟรนไชส์
รูปแบบ นอกอาคาร
นอกอาคาร (Stand Alone)
- ร้านจะมีลักษณะเป็นอาคารเดี่ยว หรืออาคารพาณิชย์ ตั้งอยู่บนที่ดินที่มีศักยภาพเพียงพอ และมีความเหมาะสมต่อการเปิดธุรกิจร้านเคมีเกษตร
- ขนาดพื้นที่ 90-120 ตรม.
- พื้นที่ตั้งสามารถสังเกตเห็นได้โดยง่าย
- พื้นที่จัดตั้งร้านต้องไม่ขัดต่อกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ ของหน่วยงานราชการ
- พื้นที่จัดตั้งร้านต้องไม่อยู่ภายใต้พื้นที่ระยะถอยร่นตามกฎหมายควบคุมอาคาร และ/หรือข้อบัญญัติท้องถิ่น
- ดำเนินการขอใบอนุญาตที่ต้องมีในการเปิดร้านเคมีเกษตร ดังนี้ 1.ใบทะเบียนการค้า หรือทะเบียนพาณิชย์ 2.ใบอนุญาตขายปุ๋ยเคมี 3.ใบอนุญาตขายวัตถุอันตรายทางการเกษตร 4.ใบฝึกอบรมหลักสูตร ผู้ควบคุมการขายวัตถุอันตรายทางการเกษตร และใบอนุญาตอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
อายุสัญญา 3+3 ปี (ฟรี ค่าต่อสัญญา)
Ongoing franchise fees ค่าธรรมเนียมแฟรสไชส์ รายเดือน
ค่าการตลาด 1% ของยอดขายรายเดือน
(คำนวณจาก BV)

