Q : ผู้ที่จะสมัครนักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องมีอายุเท่าไหร่ ?
A : สมัครเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ผู้สมัครจะต้องมีอายุ 18 ปี ขึ้นไป ในกรณีที่ผู้สมัครเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์อายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ ผู้สมัครต้องได้รับความยินยอมจาก บิดา/มารดา/หรือผู้ใช้อำนาจปกครองตามกฎหมาย เซ็นยินยอมในใบสมัคร โดยผู้ปกครองจะต้องแนบสำเนาบัตรประชาชนของตนเอง (บิดา/มารดา/หรือผู้ใช้อำนาจปกครองตามกฎหมาย) และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องมาด้วย
Q : ทำไมต้องสมัครสมาชิก ?
A : ยูนิไลฟ์ จัดจำหน่ายสินค้าผ่านระบบการตลาดแบบขายตรง การสั่งซื้อสินค้าจึงจะต้องผ่านระบบขายตรงโดยรูปแบบสมาชิก เพื่อสามารถสั่งซื้อสินค้าด้วย โดยค่าชุดสมัคร 200 บาทนั้น ท่านจะเป็นสมาชิก สามารถซื้อสินค้า ยูนิไลฟ์ด้วยส่วนลดทันที 20 – 25%
การสมัครสมาชิกสามารถสมัครได้ที่สำนักงานคลังสินค้าสาขา ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายยูนิไลฟ์ สมัครด้วยตนเอง หรือสมัครผ่านนักธุรกิจยูนิไลฟ์ หรือกรณีอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีคลังสินค้า สามารถสมัครผ่านระบบออนไลน์ได้ การสมัครสมาชิกยูนิไลฟ์ ท่านสามารถสมัครได้โดยยังไม่มีผู้แนะนำ ซึ่งท่านสามารถเลือกผู้แนะนำที่ท่านพึงพอใจ ได้ในอนาคต
การสมัครสมาชิกสามารถสมัครได้ที่สำนักงานคลังสินค้าสาขา ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายยูนิไลฟ์ สมัครด้วยตนเอง หรือสมัครผ่านนักธุรกิจยูนิไลฟ์ หรือกรณีอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีคลังสินค้า สามารถสมัครผ่านระบบออนไลน์ได้ การสมัครสมาชิกยูนิไลฟ์ ท่านสามารถสมัครได้โดยยังไม่มีผู้แนะนำ ซึ่งท่านสามารถเลือกผู้แนะนำที่ท่านพึงพอใจ ได้ในอนาคต
Q : การสมัครสมาชิก ผู้สมัครต้องมีอายุเท่าไหร่ ?
A : สมัครเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ผู้สมัครจะต้องมีอายุ 15 ปี ขึ้นไป ในกรณีที่ผู้สมัครอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ ผู้สมัครต้องได้รับความยินยอมจาก บิดา/มารดา/หรือผู้ใช้อำนาจปกครองตามกฎหมาย เซ็นยินยอมในใบสมัคร โดยผู้ปกครองจะต้องแนบสำเนาบัตรประชาชนของตนเอง (บิดา/มารดา/หรือผู้ใช้อำนาจปกครองตามกฎหมาย) และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องมาด้วย
Q : วิธีการรักษาสถานภาพการเป็นนักธุรกิจทำได้อย่างไรบ้าง ?
A : วิธีการรักษาสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ทำได้ 2 แบบ
แบบที่ 1 รักษาสถานภาพแบบมียอดการซื้อสินค้าส่วนตัว(MAV) ต่อปี
แบบที่ 2 การรักษาสถานภาพแบบอัตโนมัติ(รายละเอียดดังต่อไปนี้)
แบบที่ 1 รักษาสถานภาพแบบมียอดการซื้อสินค้าส่วนตัว(MAV) ต่อปี
แบบที่ 2 การรักษาสถานภาพแบบอัตโนมัติ(รายละเอียดดังต่อไปนี้)
- นักธุรกิจยูนิไลฟ์ แสดงความจำนงยินยอมให้บริษัทฯหักเงินปันผลของตนเอง จำนวน 300 บาท/ปี ในกรณีที่ตนเองไม่มียอดซื้อสินค้าตามแบบที่ 1 เพื่อยังคงสิทธิประโยชน์ต่างๆที่เกิดขึ้นตามเครือข่ายและแผนการตลาดในฐานะนักธุรกิจยูนิไลฟ์ต่อไป
- การรักษาสมาชิกภาพแบบอัตโนมัตินี้ บริษัทฯจะหักเงินปันผลของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ในงวดการจ่ายวันที่ 15 พฤศจิกายน ของปีนั้นๆและหากเดือนดังกล่าวมีจำนวนไม่สามารถหักได้จะพิจารณาทำการหักเงินในงวดการจ่ายถัดไป คือ วันที่ 15 ธันวาคมของปีนั้นๆ
- โดยนักธุรกิจยูนิไลฟ์สามารถติดต่อขอรับสินค้าได้ ซึ่งสินค้านั้นจะต้องมีคะแนนสะสมเท่ากับ 300 AV หรือ ถ้าสินค้ามีคะแนนมากกว่า300AV นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะต้องชำระผลต่างตามจำนวนที่เกิน สามารถรับสินค้าได้ที่สำนักงานสาขายูนิไลฟ์ ภายในวันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดไปเท่านั้น หากเกนจากที่ระบุ บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ระงับการขอรับสินค้าดังกล่าวข้างต้น
Q : อยากซื้อสินค้ายูนิไลฟ์ต้องทำอย่างไร ?
A : หากท่านเป็นสมาชิกของยูนิไลฟ์อยู่แล้ว สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ 3 วิธี
1. ซื้อสินค้าด้วยตนเองที่สำนักงานคลังสินค้าทุกสาขา , ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์
2. สั่งซื้อผ่านทางโทรศัพท์
– ท่านสามารถโทรสั่งซื้อสินค้า ได้ที่ โทร.0-2399-5555
3. สั่งซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ได้ที่ www.unilife.com ซึ่งจะบริการจัดส่งในรูปแบบไปรษณีย์ EMS
1. ซื้อสินค้าด้วยตนเองที่สำนักงานคลังสินค้าทุกสาขา , ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์
2. สั่งซื้อผ่านทางโทรศัพท์
– ท่านสามารถโทรสั่งซื้อสินค้า ได้ที่ โทร.0-2399-5555
3. สั่งซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ได้ที่ www.unilife.com ซึ่งจะบริการจัดส่งในรูปแบบไปรษณีย์ EMS
และบริษัทขนส่งเอกชนโดยคิดค่าจัดส่งตามน้ำหนักและระยะทาง
สินค้าจะมีบริการจัดส่งสินค้าทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี
หากท่านยังไม่มีรหัสสมาชิก ทางบริษัทแนะนำให้สมัครสมาชิกก่อนเพื่อซื้อสินค้า โดยท่านจะได้รับส่วนลด 20-25%
Q : เปลี่ยนสินค้าได้ไหม ?
A : สมาชิกยูนิไลฟ์ สามารถเปลี่ยนคืนสินค้าได้ ภายในระยะเวลา 7 วัน นับจากวันที่ออกใบเสร็จ
ภายใต้เงื่อนไข ดังนี้
1. สินค้ายังอยู่ในสภาพดี ไม่ชำรุดเสียหายหรือสูญหาย
2. ส่งหนังสือแสดงเจตนาขอเปลี่ยนสินค้าภายใน 7 วันนับจากวันที่ออกใบเสร็จ พร้อมนำใบเสร็จรับเงินมาแสดง โดยต้องติดต่อเปลี่ยนคืน ณ คลังสินค้าที่ทำการสั่งซื้อเท่านั้น
3. การเปลี่ยนสินค้าที่ปรากฏในใบเสร็จ สามารถเปลี่ยนคืนได้ครั้งเดียว
*เงื่อนไขอื่นๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ซึ่งได้แจ้งไว้ในเอกสารชุดสมัครสมาชิก คู่มือการดำเนินธุรกิจยูนิไลฟ์
ภายใต้เงื่อนไข ดังนี้
1. สินค้ายังอยู่ในสภาพดี ไม่ชำรุดเสียหายหรือสูญหาย
2. ส่งหนังสือแสดงเจตนาขอเปลี่ยนสินค้าภายใน 7 วันนับจากวันที่ออกใบเสร็จ พร้อมนำใบเสร็จรับเงินมาแสดง โดยต้องติดต่อเปลี่ยนคืน ณ คลังสินค้าที่ทำการสั่งซื้อเท่านั้น
3. การเปลี่ยนสินค้าที่ปรากฏในใบเสร็จ สามารถเปลี่ยนคืนได้ครั้งเดียว
*เงื่อนไขอื่นๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ซึ่งได้แจ้งไว้ในเอกสารชุดสมัครสมาชิก คู่มือการดำเนินธุรกิจยูนิไลฟ์
Q : รายได้จากธุรกิจยูนิไลฟ์ได้มาอย่างไร ?
A : รายได้จำนวนมากที่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ได้รับนั้น มาจากส่วนแบ่งการตลาดที่ยูนิไลฟ์ไม่ได้สูญเสียไปในช่องทาง
การค้าปลีก เพราะฉะนั้น เงินจำนวนนี้จะถูกนำมาปันผลคืนกลับสู่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ โดยสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ยูนิไลฟ์
มีสินค้าคุณภาพดี และราคาไม่แตกต่างกับสินค้าในช่องทางค้าปลีก ดังนั้นสมาชิกยูนิไลฟ์ทุกคนสามารถซื้อสินค้า
คุณภาพดี ในราคาไม่แพง และได้เงินปันผลกลับคืน
การค้าปลีก เพราะฉะนั้น เงินจำนวนนี้จะถูกนำมาปันผลคืนกลับสู่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ โดยสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ยูนิไลฟ์
มีสินค้าคุณภาพดี และราคาไม่แตกต่างกับสินค้าในช่องทางค้าปลีก ดังนั้นสมาชิกยูนิไลฟ์ทุกคนสามารถซื้อสินค้า
คุณภาพดี ในราคาไม่แพง และได้เงินปันผลกลับคืน
Q : สินค้ายูนิไลฟ์ดีอย่างไร ?
A : บริษัทยูนิไลฟ์ ฯ มีสินค้าด้านการเกษตรกว่า 80 รายการ ที่ครอบคลุมกับทุกพืช ทุกช่วงของการเพาะปลูกตั้งแต่ปลูก
จนเก็บเกี่ยว สามารถตอบสนองความต้องการของเกษตรกรได้เป็นอย่างดี ยูนิไลฟ์มีโรงงานที่ผลิตสินค้าเป็นของตนเอง
จึงทำให้สามารถควบคุมตั้งแต่ขั้นตอนการคัดสรรวัตถุดิบมาจากแหล่งที่ดีที่สุด ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน
สินค้าทุกรายการของยูนิไลฟ์ได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมวิชาการเกษตรอย่างถูกต้อง นอกจากนี้สินค้าของยูนิไลฟ์
เป็นสินค้าคุณภาพที่มีราคาไม่สูง ช่วยเกษตรกรลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตได้จริง เกษตรทุกคนสามารถซื้อใช้แล้วซื้อซ้ำได้ อย่างสบายใจ
จนเก็บเกี่ยว สามารถตอบสนองความต้องการของเกษตรกรได้เป็นอย่างดี ยูนิไลฟ์มีโรงงานที่ผลิตสินค้าเป็นของตนเอง
จึงทำให้สามารถควบคุมตั้งแต่ขั้นตอนการคัดสรรวัตถุดิบมาจากแหล่งที่ดีที่สุด ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน
สินค้าทุกรายการของยูนิไลฟ์ได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมวิชาการเกษตรอย่างถูกต้อง นอกจากนี้สินค้าของยูนิไลฟ์
เป็นสินค้าคุณภาพที่มีราคาไม่สูง ช่วยเกษตรกรลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตได้จริง เกษตรทุกคนสามารถซื้อใช้แล้วซื้อซ้ำได้ อย่างสบายใจ
Q : อยากทำธุรกิจยูนิไลฟ์เริ่มต้นอย่างไร ?
A : ยูนิไลฟ์สามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ ไม่ว่าท่านจะทำอาชีพใด จะทำเกษตรหรือไม่ได้ทำเกษตรก็สามารถทำธุรกิจ
ยูนิไลฟ์ได้ เพราะยูนิไลฟ์มีปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตรที่ครบวงจร ถ้าท่านทำการเกษตรท่านจะได้มีผลิตภัณฑ์
คุณภาพที่ท่านเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์เอง หรือถ้าไม่ได้ทำการเกษตรแต่ท่านมีคนรอบข้าง เพื่อน พี่น้อง ญาติที่ทำ
การเกษตร สามารถแนะนำให้เขาได้เริ่มต้นจากซื้อสินค้าใช้ เมื่อใช้ดีแล้วบอกต่อ จะได้รับเงินปันผลตอบแทนกลับคืน
โดยเงินปันผลนี้จะเพิ่มมากขึ้นจากการสร้างเครือข่ายผู้บริโภคสินค้าอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
อีกทั้ง ธุรกิจยูนิไลฟ์ มีความได้เปรียบสูง เพราะสามารถดำเนินธุรกิจโดยใช้เงินลงทุนน้อยและปราศจากความ
เสี่ยง สามารถได้รับผลตอบแทนที่ดีในระยะเวลาที่รวดเร็วและมีความมั่นคงในระยะยาวจากการสร้างเครือข่ายผู้บริโภค
ซึ่งทางบริษัทฯ มีระบบช่วยเหลือและสนับสนุนให้ท่านเติบโต
รายได้จากธุรกิจยูนิไลฟ์ของท่านเกิดจาก ทุกๆคนในเครือข่าย ที่ได้ซื้อสินค้าใช้ โดยบริษัทฯจะมอบเม็ดเงินที่
ไม่ต้องเสียในส่วนแบ่งทางการตลาดในระบบค้าปลีก ค้าส่ง กลับเป็นเงินปันผลซึ่งจะเป็นรายได้ให้กับนักธุรกิจและสมาชิกยูนิไลฟ์ ด้วยความยุติธรรม
ยูนิไลฟ์ได้ เพราะยูนิไลฟ์มีปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตรที่ครบวงจร ถ้าท่านทำการเกษตรท่านจะได้มีผลิตภัณฑ์
คุณภาพที่ท่านเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์เอง หรือถ้าไม่ได้ทำการเกษตรแต่ท่านมีคนรอบข้าง เพื่อน พี่น้อง ญาติที่ทำ
การเกษตร สามารถแนะนำให้เขาได้เริ่มต้นจากซื้อสินค้าใช้ เมื่อใช้ดีแล้วบอกต่อ จะได้รับเงินปันผลตอบแทนกลับคืน
โดยเงินปันผลนี้จะเพิ่มมากขึ้นจากการสร้างเครือข่ายผู้บริโภคสินค้าอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
อีกทั้ง ธุรกิจยูนิไลฟ์ มีความได้เปรียบสูง เพราะสามารถดำเนินธุรกิจโดยใช้เงินลงทุนน้อยและปราศจากความ
เสี่ยง สามารถได้รับผลตอบแทนที่ดีในระยะเวลาที่รวดเร็วและมีความมั่นคงในระยะยาวจากการสร้างเครือข่ายผู้บริโภค
ซึ่งทางบริษัทฯ มีระบบช่วยเหลือและสนับสนุนให้ท่านเติบโต
รายได้จากธุรกิจยูนิไลฟ์ของท่านเกิดจาก ทุกๆคนในเครือข่าย ที่ได้ซื้อสินค้าใช้ โดยบริษัทฯจะมอบเม็ดเงินที่
ไม่ต้องเสียในส่วนแบ่งทางการตลาดในระบบค้าปลีก ค้าส่ง กลับเป็นเงินปันผลซึ่งจะเป็นรายได้ให้กับนักธุรกิจและสมาชิกยูนิไลฟ์ ด้วยความยุติธรรม
Q : กรณีนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ที่เป็นบุคคลธรรมดา มีเงินเดือนประจำ และมีรายได้จากธุรกิจยูนิไลฟ์ จะต้องยื่นภาษีอย่างไร ?
A : จะต้องนำรายได้ทั้งสองประเภทมายื่นรวมกัน โดยยื่นแบบ ภงด.90 ภายใน 31 มีนาคม
Q : ค่าลดหย่อนอื่นๆที่สามารถนำมาหักได้ มีอะไรบ้าง ?
A : 1. ค่าลดหย่อนส่วนตัว
2.ค่าลดหย่อนคู่สมรส
3. ค่าลดหย่อนบุตร
4. ค่าลดหย่อนบิดามารดา
5. ค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ
6. ค่าเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา
7. ค่าเบี้ยประกันชีวิต
8. เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
9. ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ(RMF)
10. ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว(LTF)
11. ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม จากการซื้อ หรือสร้างที่อยู่อาศัย
12. ค่าลดหย่อนอื่นๆ เพิ่มเติมตามข้อกำหนดของกฎหมาย
2.ค่าลดหย่อนคู่สมรส
3. ค่าลดหย่อนบุตร
4. ค่าลดหย่อนบิดามารดา
5. ค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ
6. ค่าเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา
7. ค่าเบี้ยประกันชีวิต
8. เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
9. ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ(RMF)
10. ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว(LTF)
11. ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม จากการซื้อ หรือสร้างที่อยู่อาศัย
12. ค่าลดหย่อนอื่นๆ เพิ่มเติมตามข้อกำหนดของกฎหมาย
Q : เมื่อไดที่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ?
A : นักธุรกิจยูนิไลฟ์ ที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ที่มีรายได้เกิน 1,800,000 บาท ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภายใน 30 วัน นับจากวันที่มีรายได้ถึง 1,800,000 บาท โดยยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.01) ณ สรรพากรเขตพื้นที่
Q : เมื่อเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว เงินค่านายหน้าที่ได้รับจะต้องเสียภาษีอย่างไร ?
A : นักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว เมื่อได้รับค่านายหน้าในแต่ละเดือน จะต้องนำค่านายหน้านั้นมาคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และนำส่งกรมสรรพากร ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป โดยยื่นแบบ ภ.พ.30
ตัวอย่าง การคำนวณ
ค่านายหน้าที่ได้รับจากยูนิไลฟ์ รวม 200,000.-บาท
ค่านายหน้าก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม 186,915.89 บาท
ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% 13,084.11 บาท
ดังนั้น ภาษีที่จะต้องนำส่งกรมสรรพากร เท่ากับ 13,084.11 บาท
Q : เมื่อได้รับหนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย ค่านายหน้า จากยูนิไลฟ์ ประจำปี จะต้องทำอย่างไร ?
A : ตรวจสอบยอดในหนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย เมื่อรวมกับรายได้อื่นๆ แล้วเกิน 30,000 ต่อปี กรณีคนโสด หรือเกิน 60,000 กรณีสมรส จะต้องนำไปยื่นแบบภงด. 90 ไม่ว่าจะต้องเสียภาษีหรือไม่ก็ตาม
Q : นักธุรกิจที่เป็นบุคคลธรรมดา จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อไร ?
A : เมื่อมีรายได้สะสมตั้งแต่ 240,000 บาท ขึ้นไป
Q : กรณีนักธุรกิจที่เป็นบุคคลธรรมดา มีรายได้ค่าบริหารศูนย์ด้วย จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย เมื่อใด ?
A : เมื่อมีรายได้ค่าบริหารศูนย์ ตั้งแต่ 240,000 บาท ขึ้นไป โดยไม่รวมกับค่านายหน้า
Q : กรณีนักธุรกิจที่เป็น บริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เมื่อมีรายได้ค่านายหน้าและค่าบริหารศูนย์ จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายอย่างไร ?
A : นักธุรกิจที่เป็น บริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 3 % ทุกครั้งที่ได้รับเงินค่านายหน้าและค่าบริหารศูนย์
